RSS

ป้องกันรถยนต์ น้ำท่วม

มาใหม่ครับ ใช้โฟมอัด รองใต้รถ สามารถยกรถใต้ แต่ต้องระวังรถพลิกคว่ำ ด้วยนะครับ มัดและขึงดีๆ
หาไม้มารองรถไว้ด้วยครับ ใช้สำหรับตอนขับขึ้นโฟมด้วยครับ ใช้โฟมแผ่นใหญ่ประมาณ 3 แผ่น
ทั้งสองแบบ คล้ายๆกัน ทำได้จริงๆ ทำมาแล้ว อย่าคิดว่าทำไม่ได้ครับ ถ้าหาโฟมได้ รีบทำเลย

*********************************************************************************************************

โฟมลอยน้ำ น่าจะง่ายสุดนะครับ แต่ก็ราคาพอสมควรครับ

ข้อความประกอบภาพ  :  จาก ….จันทร์กลาง กันทอง

…..ใช้งานได้จริง !! หากใครกังวลเรื่องรถจมน้ำ หรือย้ายไม่ทัน นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จริงที่อยุธยาที่ผมไปเจอ รถคันนี้รอดเพราะโฟมแท่งที่ยัดใส่ไต้ท้องรถกะบะวีโก้ สามารถทำให้รถรอดจากการจมน้ำ ใด้ เดินลากกันมาสองสามคน แถมมีระดับน้ำสูงระดับคอ และมีมอเตอร์ไซค์อีกคันอยู่กะบะหลัง พร้อมผู้หญิงอีกหนึ่งคน !! เมื่อเดินลากถึงริมฝั่งคนตบมือกันเต็มเลยครับ ลองดูครับกรณีฉุกเฉิน

ดูคลิปกันครับ

—————————————————————————————————————————————
ส่วนวิธีนี้ ถ้าใครมีผ้าคลุมรถ เอาออกมา ใช้กับรถมอเตอร์ไซต์ ก็ได้นะครับ แต่ว่า วัสดุที่ใช้ ต้องกันน้ำได้ 100%

วิธีการ ทำให้รถยนต์ หนีน้ำ กับ ห่อรถยนต์ กันน้ำ (จะได้ผลหรือไม่ ท่านลองตัดสินใจเองนะครับ)


วิธีนี้ ผมก็คิดไว้เหมือนกัน แต่ผมไปซื้อผ้ายางเคลือบน้ำมัน 2 ด้าน มาไว้ครับ ใช้ห่อในลักษณะคล้ายกัน
1.  เอาผ้าคลุมรถ แบบ กันน้ำได้ 100 % ย้ำ ต้อง 100% ไม่งั้นน้ำเข้ามาก่อน
2.  ใส่จากด้านบน ให้คลุมจากด้านล่าง ตามรูป (ใช้คน 4 คนช่วย)
3.  ถ้าบ้านมีหลังคา จบ  ถ้าไม่มี ต้องซื้อผ้ายางกันน้ำ มาคลุมด้านบนอีกทีครับ แล้วซีลให้ดี กันน้ำเข้า

———————————————————————————————————————————————-

อีกวิธี  (วิธีนี้ เป็นวิธีที่ผมได้เลือกใช้ และเตรียมซื้อของอาทิตย์ก่อนครับ หาซื้อได้ที่ร้านขายวัสดุก่อสร้าง ริมถนน
ผมไปซื้อของมาแต่ยังไม่ได้ห่อครับ เพราะว่ายังวางใจได้อยู่ครับ)

1. ไปซื้อผ้ายาง ซึ่งขนาดจะประมาณ 8×6 เมตรครับ (แต่ละเล็กกว่านิดหน่อย)  รถผมขนาดประมาณ 2×4.5×1.5 เมตรครับ
ส่วนผ้ายางที่เห็นๆจะสีเขียวทหาร หนา เคลือบน้ำมัน 2 ด้าน กันน้ำได้แน่ๆ  ในผ้ายางจะมีรูตาไก่ (รูที่มีห่วงคล้องให้เรียบร้อย สำหรับไว้ร้อยเชือกครับ แจ๋วเลย)

2.  หาเชือกยาวๆมาไว้หลายๆเส้น  และ แล็คซีน (เทปกาวหนาอย่างดี)

3.  ห่อตามภาพด้านล่างนี้ครับ  (ภาพนี้ผมได้มาจาก face book)  แต่ถ้าผมห่อ ผมจะห่ออีกแบบคือ พับจากด้านข้าง ซ้าย ตลบขึ้น  ขวา ตลบขึ้น ใช้แล๊คซีนปิดทับรอยต่อด้านบน หรือแนวยาวเลย แล้ว พับด้านหน้า จะม้วน หรือพับทบๆ ก็ได้ แล้วใช้แล๊คซีนปิดให้สนิท  ทำด้านหลังด้วยเช่นกันครับ…. แบบนี้ กันน้ำได้ครับ ปิดให้มิด ดูให้หมด ทำงานให้ละเอียด ปลอดภัยครับ

4.  ถ้าน้ำมาท่วมมากๆ รถอาจจะลอย ก็หาทุ่นมายึด หรือของมาขัดด้านข้างไว้ เชือกผูกไว้  ครับ

————————————————————————————————————————————————————-

โรงจอดรถ หรือ ที่จอดรถ ลอยน้ำได้  น่าสนใจมากครับ ทำไว้ซะแต่เนิ่นๆเลย จะได้ไม่ต้องกังวลอีก
ถ้าต้องออกจากบ้านโดยทิ้งรถไว้

********************************************************************************************

อีกวิธี ก็แบบบ้านๆ แต่ต้องมีที่ยกรถ เช่น จระเข้ยกรถ  หรือใช้แม่แรง(แต่ต้องระวังอย่างมาก)



ต้องค่อยๆ ยกล้อ แล้วสอดของยาง และ อิฐ ตามรูปนี้ แต่ว่า ในรูปผมว่าอาจจะพลิกคว่ำได้
ควรจะหาไม้มาสอดทำคานรองด้านล่าง แล้วหาล้อมาอีก 4 ล้อ พยุงไว้ ถ้าน้ำท่วมสูง ก็หาไม้ค้ำยันอีกที เชือกผูกกันลอย
มันเป็นไปได้ครับ ลองปรับ ลองเปลี่ยนดูนะครับ  คิดอะไรได้ ทำได้ ขอให้ทำครับ อย่ารอให้รถของท่านจมน้ำเลย

———————————————————————————————————————————————–

อีกวิธี  (ทำได้แล้ว แต่รอพัฒนา และ จดสิทธิบัตร) แต่เราก็เอามาดัดแปลงก้นได้นะครับ ลองดูครับ
(แต่เห็นมีคนจำหน่ายแล้วจะครับ ลองดูด้านล่างครับ)

กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพวังสะพุง จังหวัดเลย จึงคิดถุงพลาสติกนี้ ขึ้นมาให้ชื่อว่า
“ถุงไอเดีย คอปเวอร์ คาร์” (IDEA cover car) ใช้คลุมรถที่จมอยู่ใต้น้ำได้ปลอดภัย ๑๐๐ %

ถุงไอเดีย ทำจากวัสดุโพลิเมอร์เอสทีลิน ซึ่งเป็นพลาสติกหนาสามารถกันน้ำได้ มีการออกแบบ
และตัดเย็บได้ตามขนาดของรถแต่ละชนิด มีซิบกันน้ำ เปิดเป็นช่องเพื่อขับรถเข้าไปเก็บในถุง

ต้นทุนในการผลิตถุงไอเดียขนาดใส่รถยนต์กระบะ ๑ คัน ประมาณ ๑,๕๐๐ บาท จากการทดลอง
ได้นำรถยนต์เข้าไปไว้ในถุงแล้วปิดให้สนิท จากนั้นนำลงไปแช่ในน้ำทั้งคันเป็นเวลานาน ๑-๒ วัน
ปรากฏว่าไม่มีน้ำซึมเข้าไปภายในถุงได้ ทำให้รถปลอดภัยจากน้ำท่วม

ได้มีการจดสิทธิบัตร”ถุงไอเดีย” ไว้แล้ว พร้อมทั้งเตรียมที่จะพัฒนารูปลักษณ์ และการหาวัสดุให้มี
คุณภาพดียิ่งขึ้นกว่าเดิม นำมาใช้ในช่วงเวลาคับขันที่เกิดปัญหาน้ำท่วมไม่ต้องไปหาที่จอด
เมื่อขับรถเข้าไปจอดในถุงแล้วรูดซิปปิดจะป้องกันน้ำเข้ารถ ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ พับเก็บ

——————————————————————————————————–

ห่อรถ เริ่มฮิตแล้วครับ อีกทางนึง
เครดิตจาก :
http://www.iurban.in.th/highlight/water-away-capsule/


————————————————————————————————————————–

อีกท่าน ที่คิดไว้ครับ
เครดิต : http://www.pantipmarket.com/items/11751844

ผมห่วงเรื่องเชื้อรานะครับ เพราะมีหลายคน เจอ  ถ้าจะให้ดี ต้องจอดในที่ร่มเท่านั้น ไม่งั้น แดด จะทำให้เกิดไอน้ำ เจอเชื้อราครับ
—————————————————————————————————————————————————————–


ผู้สนใจนำแบบ วิธีการจัดทำ รถลอยน้ำ ไปใช้ สามารถติดต่อได้ที่ สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ 0-4422-4410-1 หรือรองศาสตราจารย์ ดร.ทวิช จิตรสมบูรณ์ โทร. 085-9033882 E-mail : tabon@sut.ac.th

ชมวิดีทัศน์อธิบายการทำงาน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี


เครดิต และ รายละเอียด  คลิกที่นี่ครับ

รถลอยน้ำหนีน้ำท่วม จาก รศ.ดร.ทวิช จิตรสมบูรณ์ ในการคิดค้นวิธีการป้องกันปัญหารถยนต์จมน้ำในพื้นที่น้ำท่วมสูง ด้วยวิธีห่อคลุมรถด้วยตาข่ายและผ้าใบ ช่วยให้รถยนต์ลอยน้ำหนีน้ำท่วม แก้ปัญหารถจมน้ำและไม่มีที่จอดรถ

———————————————————————————————————

เอ้า ไหนๆ ก็หนีไปได้แล้ว สู้ทำดัดแปลงให้วิ่งบนถนน และ ขับบนน้ำได้ด้วยเลยแล้วกัน ลุย

————————————————————————————————————–

วิธีการขับรถ ใน ขณะ น้ำท่วมสูง

ข้อแรก ถ้าไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงอย่างไม่ต้องสงสัย และไม่ต้องกลัวว่ารถจะดับหรือปล่าว หรือจะมีปัญหาอะไรตามมา เช่น น้ำจะเข้ารถหรือปล่าว แล้วจะเกิดผลเสียต่ออุปกรณ์อื่น ๆ หรือไม่ แต่ถ้ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราควรทำอย่างไรดีละ

ข้อ 1 คือ ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด ในขณะขับรถลุยน้ำลึก หรือแม้จะน้ำตื้นก็ตาม
เพราะ สาเหตุที่รถดับ ส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดแอร์แล้วขับลุยน้ำ ที่ผมบอกอย่างนี้ ก็เพราะว่า เมื่อเราเปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน และอย่าลืมสิ ว่าเรากำลังลุยน้ำลึก อย่างที่ผมเจอวันนี้ ก็คิดว่าน่าจะเกินระดับพัดลม เพราะฉะนั้น ถ้าเราขืนเปิดพัดลมละก็ สิ่งที่จะตามมา ก็คือ ใบพัดจะพัดให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง แล้ว คุณลองคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น นั่นก็คือ เครื่องจะดับเอาง่าย ๆ หรือ ถ้าโชคดี หรือโชคร้าย ถ้าเครื่องไม่ดับ ใบพัดก็จะหมุน ๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่า ขณะที่เราลุยน้ำ อะไรมันจะลอยมาบ้าง มันมีสารพัด ไม่ว่าจะเป็น ขยะ กิ่งไม้ ไม้หน้าสาม ถุงพลาสติก รองเท้า … สิ่งของพวกนี้ มันมีโอกาสที่จะเข้ามาในห้องเครื่อง แล้วโดนใบพัดตัดจนใบพัดหัก ซึ่งถ้าใบพัดหัก แน่นอนว่า เราขับรถต่อไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะระบบระบายความร้อนจะมีปัญหา

ข้อ 2 ควรใช้เกียร์ต่ำ สำหรับเกียร์ธรรมดา ก็ใช้ประมาณเกียร์ 2 หรือสำหรับออโต้ ก็ใช้เกียร์ L ก็ได้ครับ รวมถึงการขับขี่ที่มีความเร็วต่ำที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้ และควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ อย่าหยุดอย่าเร่งความเร็วขึ้น

ข้อ 3 คือ ไม่ควรเร่งเครื่องให้รอบสูง ๆ เพราะเห็นผู้ขับขี่หลาย ๆ คนมักจะเร่งเครื่องแรง ๆ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะกลัวเครื่องดับ
เพราะกลัวน้ำเข้าท่อไอเสีย ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นความคิดที่ผิดมาก ๆ แท้ ที่จริงแล้ว การเร่งเครื่อง ยิ่งทำให้รถมีความร้อนสูงขึ้น เมื่อเครื่องมีความร้อนสูงขึ้น ใบพัดระบายความร้อนก็จะทำงาน และสิ่งที่จะตามมาก็เหมือนกับข้อ 1
ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเข้าท่อไอเสียครับ เพราะต่อให้น้ำจะท่วมท่อไอเสีย แล้วคุณสตาร์ทรถอยู่ที่รอบเดินเบา แรงดันที่ออกมาเพียงพอที่จะดันน้ำออกมาอย่างสบาย ๆ ต่อให้คุณจอดรถทิ้งไว้จนน้ำท่วมท่อไอเสียก็ตาม เมื่อคุณเข้าไปในรถ แล้วสตาร์ทรถ ผมกล้าพูดได้เลยทีเดียวติดแน่นอน (กรณีนี้ ที่ผมกล้าพูดว่ารถสามารถสตาร์ทติด คือ น้ำท่วม แค่ท่วมท่อไอเสียนะ ไม่ใช่ท่วมฝากระโปรงนะครับ) แต่สำหรับรถคาบู ผมเองก็ไม่แน่ใจ ว่าถ้าถึงขั้นน้ำท่วมท่อไอเสีย แล้วมันจะสตาร์ทติดหรือไม่ แต่สำหรับเครื่องหัวฉีดสบายใจได้ครับ

4. ควรลดความเร็วลง เมื่อ กำลังจะขับรถสวนกับอีกคันที่กำลังขับมา
เพราะ ไม่งั้นจะกลายเป็นคลื่นชนคลื่น อย่างที่ผมบอก ซึ่งน้ำที่ปะทะระหว่างรถของเราและรถที่วิ่งสวนมา มันก็อาจทำให้น้ำกระเด็นไปทำอันตรายต่ออุปกรณ์ภายในได้ หลังจากเราลุยน้ำลึกมา สิ่งที่ควรทำต่อ ก็คือ ข้อแรก พยายามย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำ เพราะในช่วงแรก ๆ หลังจากการลุยน้ำลึกมา มันจะเบรกไม่อยู่ และเป็นอันตรายมาก ถ้าเราไม่ทำการย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก สำหรับเกียร์ธรรมดา ต้องมีการย้ำคลัชเช่นเดียวกับการย้ำเบรก เพราะหลังการลุยน้ำมา อาจมีปัญหาคลัชลื่น จึงต้องทำทั้งย้ำคลัชและย้ำเบรก

อีกข้อนึงคือ ไม่ควรดับเครื่องทันที ถึงแม้ถึงจุดหมายก็ตาม เพราะ อาจมีน้ำค้างอยู่ในหม้อพักของท่อไอเสีย ซึ่งควรสตาร์ทรถทิ้งไว้สักพัก ซึ่งจะสังเกตได้ว่า มีไอออกจากท่อไอเสีย ก็ไม่ต้องตกใจ ก็ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้สักพัก เพื่อให้น้ำในหม้อพักมันระเหยออกไป เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้ จะทำให้เกิดน้ำค้างอยู่ในหม้อพัก สิ่งที่จะตามมาคือ มันจะผุ

———————————————————————————————————————————————————-

หลังจากวันที่เราลุยน้ำมาแล้ว เราควรจะทำอย่างไร ไปดูกันต่อ !!!

1. ล้างรถ รวมถึง การฉีดน้ำเข้าไปในบริเวณใต้ท้องรถด้วย รวมทั้งบริเวณซุ้มล้อ เพื่อล้างพวกเศษทรายต่าง ๆ ที่มันเกาะติดอยู่ หรือบริเวณใต้ท้องรถ ซึ่งอาจมีพวกเศษขยะ เศษหญ้า ติดอยู่ ต้องเอาออกให้หมด เพราะถ้าเศษหญ้าแห้งมันติดอยู่ใต้รถ อันตรายที่จะเกิดขึ้น มันใหญ่หลวงนัก หนัก ๆ หน่อย ไฟอาจไหม้ได้ ในคู่มือยังบอกเลยครับว่า รถที่ติดตั้งตัวกรองไอเสีย หรือ (CAT) ไม่ควรจอดรถไว้บริเวณที่มีต้นหญ้าขึ้นสูง เพราะอุณหภูมิของเจ้า Catalytic Converter นั้น มันค่อนข้างสูงมาก ๆ

2. สำรวจน้ำมันเกียร์ ว่า มันมีสีผิดปกติหรือไม่ คือ ถ้ามีลักษณะคล้ายสี ชาเย็น นั่นแสดงว่า ต้องมีน้ำเข้าไปอยู่ในระบบเกียร์อย่างแน่นอน หรือถ้าเป็นไปได้ ก็เปลี่ยนน้ำมันเกียร์มันซะเลย เพื่อความสบายใจ เพราะก้านวัดน้ำมันเกียร์นั้นอยู่ค่อนข้างต่ำ และยิ่งรถผ่านการลุยน้ำลึก ๆ มา มันก็จะท่วมตัวเจ้าก้านวัด ซึ่งเป็นไปได้ที่น้ำจะซึมเข้าไปในระบบเกียร์ และมันก็จะทำให้ระบบเกียร์พัง

3. เช็คลูกปืนล้อ ซึ่ง พูดง่าย ๆ ว่า เจอน้ำทีไร ลูกปืนล้อมันก็จะดัง เวลาวิ่งความเร็วสูง ๆ อันนี้ทำใจไว้ได้เลย ว่าอาจต้องเปลี่ยน แต่ โดยปกติแล้ว เจ้าลูกปืนล้อมันจะพังเร็ว ก็เพราะสาเหตุที่ว่า จอดแช่น้ำมากกว่า แต่ถ้าวิ่งผ่านน้ำ โดยปกติ จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่ถ้าแช่น้ำเมื่อไหร่ละก็ เตรียมตัวเสียเงินได้เลย

4. ตรวจสอบ พื้นพรมในรถ ว่า เปียกชื้นหรือไม่ เพราะ หลังการลุยน้ำลึกมา มีโอกาสมากที่น้ำจะซึมเข้ามาภายในห้องโดยสาร เพราะฉะนั้น ต้องเปิดผ้ายาง เปิดพรม เอามือ กดแรง ๆ ดู หรือลองเอากระดาษซับดูว่ามีน้ำอยู่หรือปล่าว ถ้ามีน้ำขังอยู่ภายในห้องโดยสาร ผมคิดว่า น่าจะถึงเวลารื้อพรมกันเลยละครับ เพื่อป้องกันปัญหาตามมา เพราะถ้าคุณไม่รื้อพรม แต่คุณอาจแค่เพียง เอาผ้าซับ ๆ ให้พื้นแห้ง แล้วจอดตากแดด จริง ๆแล้ว มันก็แห้งเหมือนกัน แต่สิ่งที่คุณไม่เห็นก็คือ สิ่งสกปรกที่มันยังค้างอยู่ในรถของคุณ ซึ่งคุณก็น่าจะรู้ว่า น้ำมันมีเชื้อโรคสารพัด แล้วเมื่อมันแห้ง มันก็จะแพร่เชื้อและเป็นเชื้อราอยู่ในพรม สิ่งที่อยากบอกต่อคือ นอกจากนี้ในรถยังมีระบบปรับอากาศที่มันจะเป็นตัวช่วยพัฒนาการเจริญเติบโตของ เชื้อโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แล้วมันก็จะหมุนเวียน กลับไปกลับมา อยู่ในรถของคุณ นั่นก็เป็นสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ เพราะคุณก็สูดเอาเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าไปตลอดเวลา จะว่าไปแล้ว รถสมัยนี้ค่อนข้างออกแบบมาดี ลุยน้ำไม่ค่อยดับกันหรอก ถ้าทำอย่างที่ผมบอกนะครับ ผมว่า จากสายตา วันนี้ผมลุยน้ำลึกไม่น่าต่ำกว่า 50 ซม เพราะรถรุ่นใหม่ ๆ จะย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ โดยเฉพาะเจ้า ECU ไว้ในตำแหน่งที่สูง พูดง่าย ๆ ว่า อยู่ในรถกันเลยหละ รวมถึงกล่องฟิวส์ต่าง ๆ ติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่ค่อนข้างสูง เพื่อป้องกันน้ำท่วมนี่เหละ

—————————————————————————-

ถ้าหากว่า หนีน้ำไม่ได้จริงๆ ลองทำตามนี้ดูนะครับ

หากคุณไม่มีเวลาที่จะหนีน้ำได้ทันแต่น้ำนั้นยังไม่ขึ้นสูงมากพอที่จะทำ ให้ของคุณจมไปทั้งคันได้นั้น ให้คุณดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ก่อนที่จะสายเกินไป

นี่รถของผมเองครับ  ผมกลับมา โชคดีน้ำท่วมไปครึ่งล้อ ยังไม่เข้าห้องเครื่อง ไม่งั้นแย่แน่ๆ  แล้วพอผมสตาร์ตรถ ครั้งเดียวติดเลยครับ หลังจากต่อแบตเตอร์รี่  ถ้าไม่ถอดออก ผมว่า ไม่ติดแน่นอน

1.ครอบท่อไอเสีย
ใน กรณีที่น้ำมีโอกาสขึ้นสูงจนสามารถท่วมรถเกินครึ่งคันนั้นให้คุณ นำถุงพลาสติกมาครอบท่อไอเสียเอาไว้เพื่อป้องกันเข้าไปยังท่อไอเสีย โดยเฉพาะใครที่ชอบใส่ท่อแต่ใหญ่ๆควรรีบจัดการโดยเร็ว

2.อุดท่อในชุดกรองอากาศ
เมื่อจัดการท่อไอเสียเสร็จแล้วก็ให้มาจัดการทางเข้าอากาศที่อยู่ในหม้อกรอง อากาศกันต่อตรงนี้ ให้คุณใช้วิธีขยำกระดาษแล้วห่อด้วยถุงพลาสติดใสขนาดพอดีท่ออากาศยัดเอาไว้ โดยให้อุดท่อที่อยู่ก่อนเข้าตัวแผ่นกรองอากาศ ซึ่งจะทำให้น้ำไม่สามารถไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้

3.ถอดขั้วแบตเตอร์รี่
เมื่อ ทำ2อย่างเสร็จแล้ว สิ่งที่ไม่ถูกกับน้ำนั้นคือไฟฟ้า และเราแนะนำให้ถอดขั้วแบตเตอร์รี่ออกเพื่อลดความเสียหายจากภัยน้ำท่วมที่จะ เกิด ใน กรณีนี้สำคัญมากสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ ให้สอบถามยังศูนย์บริการใกล้บ้านก่อนว่าจะสามารถถอดแบตเตอร์รี่ได้หรือไม่ เพราะรถบางรุ่นต้องการไฟไว้เลี้ยงระบบ ข้อนี้สำคัญมากห้ามลืม

4.กล่องคอมพิวเตอร์ตัวนี้น่ะสำคัญ
รถยนต์ในปัจจุบันนั้นมีการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์เสียส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้มันมีหน่วยประมวลผลที่เรียกว่ากล้องคอมพิวเตอร์ หรือ ECU (Electonics Control Unit) ที่ค่อนข้างจะละเอียดอ่อนหากถูกน้ำท่วม ในการป้องกันนั้น ให้ทำการครอบด้วยถุงพลาสติก หรือในรถบางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นเก่าสามารถถอดเก็บไว้ได้ แต่ในกรณีรถรุ่นใหม่นั้น สอบถามรายละเอียดให้ดี เพราะอาจจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ แต่ความจริงแล้วกล่องพวกนี้ทนน้ำในระดับหนึ่ง แต่ถ้าน้ำท่วมระดับสูงก็สามารถทำให้เกิดความเสียหายได้เช่นกัน

5.คลุมรถด้วยผ้าคลุมกันน้ำ
ผ้าคลุมรถบางรุ่นนั้นมันมีคุณสมบัติที่สามารถจะกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ลดความเสียหายโดยเฉพาะในห้องโดยสารได้พอสมควรเลย ทางที่ดีไปหามาไว้สักอันก็ดีเหมือนกัน และอย่างลืมผูกให้แน่นรัดให้แนบชิดรถมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทั้ง 5 ข้อ นี้สามารถช่วยให้รถของคุณปลอดภัยจากความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ไม่มากก็น้อย แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับกระแสน้ำและระดับน้ำด้วยสูงขึ้นมากน้อยเพียงใด เพราะน้ำยิ่งสูงยิ่งมีแรงดันมาก ทำให้ไม่ว่าเราจะป้องกันดีแค่ไหน ก็อาจจะยังเสียหายอยู่ดี

———————————————————————————————————-

วิธีดูซื้อรถ ว่า รถคันนี้ได้ผ่านการโดนน้ำท่วมมาหรือเปล่าครับ (ตามลิงค์ด้านล่างครับ)

http://www.huahinskyweb.net/index.php?option=com_content&view=article&id=555:2011-01-13-09-25-44&catid=53:2010-08-18-09-48-23&Itemid=109

 

4 responses to “ป้องกันรถยนต์ น้ำท่วม

  1. admin2554

    ตุลาคม 12, 2011 at 14:48

    ผมขอบขอบคุณ สำหรับทุกข้อมูลที่ผมหยิบยกมาใส่ในเว็ปนี้นะครับ ขอให้ผลบุญ ความดีความชอบ แก่ผู้ที่คิดสิ่งดีๆเหล่านี้มาทั้งหมด โดยผมขอเป็นผู้เผยแพร่ รวบรวม เพียงเท่านั้นนะครับ…

     
  2. Abandon

    ตุลาคม 12, 2011 at 15:26

    กดlikeตรงไหนท่านพี่

     
    • Bee

      ตุลาคม 14, 2011 at 18:52

      ผ่านทาง fb. ได้ครับ เป็นกำลังใจคนแรกเลย

       
  3. ศุภกร

    ตุลาคม 23, 2011 at 10:46

    แจ่มจริงๆเลยน้องเรา ขอปรบมือให้ดัง ๆ เลยครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: