RSS

หัวหน้าที่ดี ที่ควรเป็น

06 ก.ย.

หัวหน้าที่ดี ที่ควรเป็น

ตัวผมเอง ไม่ได้เป้นหัวหน้าคนในตำแหน่ง  แต่เคย ทำหน้าที่ “ผู้นำ”  เคยเป็นครูฝึก  และเคยได้ทำงานร่วมกับอาจารย์ที่ผมเคารพมาก ท่านชื่อ อาจารย์ วุฒิทัย การสมใจ ท่านเป็นอาจารย์ที่เก่งมากๆ ทั้งบู๊และบุ๋น ท่านบรรยายเรื่อง “การทำงานเป็นทีม” หรือ TEAM WORK

ในสายตาผม ที่เคยร่วมกับกับอาจารย์หลายๆท่าน ยังไม่มีใครครบเครื่องเท่าท่านเลย  ผมได้ฟังบรรยายจากท่าน  ทำให้ได้ความรู้มากมายครับ  ไปทำงาน (ผมเป็นทีมงานร่วมกับอาจารย์ด้วย ทำด้านเสียง และ คุมกิจกรรมต่างๆ)
กับผู้สัมมนาทั้งหลาย ก็ได้สังเกตุพฤติกรรม ลูกน้อง หัวหน้า หัวหน้างาน  คือ คนทุกๆ คน มีช่วงที่จะเป็น ผู้นำ ได้ทุกคน แล้วแต่ช่วงเวลา  อันนี้ ไม่ใช่เรื่อง เป็นหัวหน้าในตำแหน่งหน้าที่นะครับ  เพราะ ผู้นำ ที่ดี ต้องมี ภาวะผู้นำ  หลายๆคนอาจจะไม่เคยเป็นผู้นำเลย เพราะไม่มีภาวะผู้นำ  หลายๆคน มีมากเกินไป จนใช้ไม่เป็น หลง เหลิง ในภาวะตรงนั้น  ภาวะผู้นำ จะเกิดในแต่ละสถานการณ์ ในห้วงเวลา ต่างๆกันครับ สามารถผลัดเปลี่ยน ผู้นำ ได้ หากผู้นำในตอนนั้น ทำไม่ได้ แต่ ลูกทีม ดันเก่งในเรื่องนั้นๆ ก็สามารถหยิบยื่น ความเป็นผู้นำ เพราะตอนนั้น ลูกน้องมีภาวะผู้นำ ได้ครับ  แต่ถ้าเป็น หัวหน้า ลูกน้อง ตรงนี้มันตายตัวครับ  จนกว่าจะมีคำสั่งให้เลื่อนตำแหน่ง หรือ ลดตำแหน่ง นั่นแหละ

ในเรื่อง “หัวหน้าที่ดี” ขอเลือกเน้นๆ มาให้นะครับ สำหรับ ใครที่อยากจะเป็น “หัวหน้าที่ดี” ให้ลูกน้อง รัก เคารพ ด้วยหัวใจ

1.  ให้คิดกับลูกน้อง รักเหมือนลูก เอ็นดูเหมือนน้อง

เหมือน คุณ รักลูก ของคุณ คุณรักแบบไหน ลองรักแบบนั้น มองแบบนั้น แล้วคุณจะจ้ำจี้จำไชลูกน้องอย่างไร ก็ตาม แต่มันก็เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี และ อยากให้เค้ามีอนาคตที่ดีนั่นแหละ จริงมั๊ยครับ (หรือคุณรักลูกคุณอีกแบบ)   และ ให้เอ็นดู ลูกน้อง (ไม่ใช่ให้ดูเอ็นนะ)  เหมือน น้อง  คุณรักน้อง หวังดี ปรารถนาจะให้น้องได้ดี มีอนาคต เป็นห่วง อย่างไร ก็ให้คิดแบบนั้นกับลูกน้องครับ  อย่ามองลูกน้องเป็นคนแปลกหน้า  มองว่าจะดีเกินหน้า จะเหยียบหัว จะเลื่อยเเก้าอี้ ถ้ามองแบบนี้ คุณบริหารคน ไม่ได้ครับ กระแสจิต มันส่งถึงกัน การกระทำมันอ่านออกครับ  คุณจะไม่ได้หัวใจลูกน้อง และ จะไม่สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของลูกน้องได้ครับ

2.  ใช้พระเดช พระคุณ ให้เป็น ให้เหมาะสม อย่าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง

การทำงานในระบบงาน ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็มีกฏ ระเบียบ วัฒนธรรมองค์กร  แบบธรรมเนียมปฏิบัติ กันทั้งนั้นครับ  เปรียบเทียบว่า หลักนิติศาตร์ คือ กฏ ระเบียบ (พระเดช)  และ รัฐศาตร์ คือ การบริหารคน ด้วยใจ เอากฏระเบียบออกไป ใช้ใจคุยกับใจ (พระคุณ) ประมาณนั้นครับ   พอมองออกกันแล้วยังครับ  ใช้หลักสองหลัก ในการบริหารคนครับ เพราะมีลูกน้องในองค์กรเยอะ  จะเอาใจใครบางคน ไม่ได้  แต่ถ้าหากทุกอย่างเข้มข้นไป ก็ไม่ดีครับ จะเกิดความเครียด  เวลาเครียด การงาน อารมณ์ ความรู้สึก จะไม่ดี พอความเครียดสะสม ก็เหมือนระเบิดที่รอวันระเบิดครับ  แต่ถ้าเราหย่อนยานเกินไป อ่อนข้อเกินไป ลูกน้องก็จะไม่เกรงใจ จะเกิดความ หละหลวม ผิดกฏระเบียบ  จะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้ส่งต่อกันไป เป็นโดมิโน่ สุดท้าย ก็จะเกิดความขัดแย้ง การบริหารงานไม่สามารถทำได้  และสุดท้าย คนที่อยู่ในระเบียบ กับ คนที่หย่อยยาน จะไม่มองหน้ากัน ทะเลาะกัน จะเกิดความรู้สึก ไม่ยุติธรรม  เพราะฉะนั้น เป็นหัวหน้าคน ต้องบริหารให้เป็น ให้ดี ให้มีความยุติธรรม และ เด็ดขาด เมื่อถึงเวลาครับ มันเป็นศาตร์ที่ต้องเรียนรู็ เพราะ แต่ละที่ แต่ละแห่ง สภาพแวดล้อม และ บุคคล ไม่เหมือนกันครับ

3.  เวลาจะติลูกน้อง ต้องติในที่ลับ(ตา ,หู) เวลาจะชม ให้ตะโกนในที่แจ้ง

เรื่องนี้ผมว่า เป็นมารยาท ที่สำคัญ คุณพลาดไปครั้งเดียว ลูกน้อง จะจดจำคุณไปจนวันตาย เพราะคุณกำลังทำลาย ศักดิ์ศรี ความเชื่อมั่น และ ประสบการณ์ ที่ลูกน้องคนนั้น สั่งสม ให้พังทะลายลงไป ด้วยคำพูด การกระทำ ของคุณเอง แล้วการจะเรียกคืนมา มันไม่ง่าย จะมาลักษณะ “ตบหัว แล้ว ลูบหลัง” มันไม่ได้แล้วล่ะครับ  และ ผมเชื่อว่า ลูกน้องคนอื่นๆ หรือ หัวหน้าท่านอื่นๆ ที่ทราบเหตุการณ์ คงจะไม่มีใครชอบกับการ ประจานลูกน้อง ต่อหน้าสาธารณชน แบบนี้แน่นอนครับ  เป็นคุณ คุณชอบหรือเปล่าครับ

การตำหนิ เรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องใดๆ ก็แล้วแต่ ควรเรียกลูกน้อง ไปคุยกันสองคน ในห้องทำงาน หรือในที่ไม่มีคนพลุกพล่าน ลับหู แต่ไม่ต้องลับตาก็ได้ครับ (เพราะถ้าลูกน้องเป็นผู้หญิง คงไม่งาม)  เรียกไปคุย อย่าตำหนิอย่างเดียว ให้คำแนะนำ ให้ทางออก กับลูกน้องด้วย ถามสาเหตุ เพราะบางที หัวหน้าก็ต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดี ให้ความช่วยเหลือ เท่าที่ทำได้ด้วยครับ ไม่ใช่ “สักแต่ด่า ว่า ตักเตือน” อย่างเดียว ไม่ให้ทางออก คำปรึกษา  แบบนี้ บางทีปัญหาของลูกน้อง แต่เค้าอาจแก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้ครับ

การชม  เรื่องงาน  ให้ชมต่อหน้า ชมต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อสาธารณชน ครับ  เพื่อเป็นกำลังใจ สร้างความสามัคคี และ ความเชื่อมั่น ความภูมิใจ  ให้กับลูกน้อง  ดีกว่าตำหนิต่อหน้ามากมาย  จริงมั๊ยครับ

4.  หัวหน้า ต้อง ยินดี รับผิดชอบ คือ รับผิด และ รับชอบ  จากผลงานของหน่วย หรือของลูกน้อง

เหตุที่ หัวหน้า ต้อง รับผิดชอบ เพราะ งานของหน่วยงาน ก็คือ ต้องผ่านการเห็นชอบ ความไว้ใจ การมอบหมายงาน จากหัวหน้า ส่งต่อไปให้ลูกน้องปฏิบัติ  ไม่มีข้ออ้างใดๆ ครับ  ถ้าหัวหน้าไม่รู้นี่ ถือว่า คงไม่ได้ทำงาน มัวแต่ไปตีกอล์ฟแน่ๆ เพราะหัวหน้าต้องทำการประชุม  วางแผน แจกจ่ายงาน จึงต้องควรทราบในทุกๆเรื่อง ที่เคลื่อนไหวภายในหน่วยงานของตนเอง  และเมื่อผลงานใดๆ ที่ถูกส่งออกไปจากหน่วยงานแล้ว  จะได้รับ คำชม หรือ การถูกตำหนิ  หัวหน้าก็ควรเป็นผู้รับทุกอย่าง   ไม่ใช่พอถูกตำหนิ  โยนให้ลูกน้อง โดย อ้างว่า ผมให้ น้องคนนี้ทำ ผมไม่เกี่ยว ทำอย่างนี้ หัวหน้าคนนี้แย่มากครับ (มีอยู่จริง)  แล้วถ้าผลงานได้รับการชม  หัวหน้าที่ดีจะบอกว่า ต้องขอชม ทุกๆส่วน (เอ่ยชื่อบุคคล) ที่มีส่วนร่วมในงานนี้  ไม่ใช่ยิ้มรับ อยู่คนเดียว ต้องชมต่อหน้าผู้ที่ชมผลงานหน่วยด้วย ไม่ใช่รับคนเดียว แล้วกลับมาชมลูกน้อง แบบนี้ ดีไม่หมดครับ เหมือนรับเอง ลูกน้องไม่เกี่ยว……

ปล.  หัวหน้าที่ดี ยังงัย ก็ต้องมีเรื่อง คุณธรรม ตามทันไอที ซื่อสัตย์ สุจริต มีความรู้ บริหารคนเป็น อยู่ด้วยนะครับ…

ถึงจะเป็นสุดยอดหัวหน้าครับ…แล้ว หัวหน้าคนนี้ แบบนี้ จะได้เข้าไปนั่งใจหัวใจลูกน้องของท่านครับ

********************************************************************************************

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กันยายน 6, 2012 in IDEA Me, Mine and Me

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: